การลงทุน 5 ประเภทที่ควรรู้!

การลงทุน

การลงทุนเป็นส่วนสำคัญของการวางแผนทางการเงินที่ช่วยให้คุณสามารถเติบโตและรักษาความมั่งคั่งของคุณได้ในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนมือใหม่หรือมีประสบการณ์ การเข้าใจประเภทการลงทุนที่หลากหลายสามารถช่วยให้คุณเลือกสรรหาโอกาสที่เหมาะสมกับเป้าหมายและความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้ นี่คือ 5 ประเภทการลงทุนพื้นฐานที่คุณควรรู้! 1. การลงทุนในตราสารหนี้ (Fixed Income) การลงทุนในตราสารหนี้ (Fixed Income) คือการลงทุนที่ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของดอกเบี้ยที่คงที่หรือสม่ำเสมอตามระยะเวลาที่กำหนด ตราสารหนี้เป็นตราสารทางการเงินที่ออกโดยรัฐบาลหรือบริษัทเอกชนเพื่อกู้ยืมเงินจากนักลงทุน โดยผู้ซื้อตราสารหนี้จะมีสถานะเป็นเจ้าหนี้และผู้ออกตราสารจะเป็นลูกหนี้ ซึ่งตราสารหนี้มีหลายประเภท ตัวอย่างเช่น ตั๋วเงินคลัง และ พันธบัตรรัฐบาล ที่ออกโดยรัฐบาลเพื่อนำเงินไปใช้ในการพัฒนาประเทศ และยังมีตั๋วแลกเงิน และ หุ้นกู้เอกชน ที่ออกโดยบริษัทเอกชนเพื่อระดมทุนในการขยายธุรกิจหรือเสริมสภาพคล่อง การลงทุนในตราสารหนี้ถือเป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำเมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้น เนื่องจากผู้ลงทุนจะได้รับดอกเบี้ยและเงินต้นคืนตามระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งทำให้สามารถคาดการณ์กระแสเงินสดและวางแผนการเงินในอนาคตได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตามตราสารหนี้ก็มีความเสี่ยงบางประการ เช่น ความเสี่ยงจากการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) ซึ่งสามารถประเมินได้จากการจัดอันดับเครดิต (Credit Rating) ของผู้ออกตราสาร 2. การลงทุนในหุ้น (Equity) การลงทุนในหุ้น (Equity) คือการซื้อส่วนของการเป็นเจ้าของในบริษัท ผู้ที่ถือหุ้นจะได้รับสิทธิในการเรียกร้องส่วนแบ่งของทรัพย์สินและกำไรของบริษัทตามสัดส่วนที่ถืออยู่ การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากมูลค่าของหุ้นสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามสภาพตลาดและผลการดำเนินงานของบริษัท แต่ในทางกลับกัน หากบริษัททำกำไร ผู้ถือหุ้นก็มีโอกาสได้รับเงินปันผลและมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้น โดยหุ้นก็มีหลายประเภทเช่นกัน ได้แก่ หุ้นสามัญ (Common Stock) คือผู้ถือหุ้นสามัญมีสิทธิได้รับเงินปันผลและมีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงในการประชุมผู้ถือหุ้น […]

การลงทุนมีแบบไหนบ้าง

การลงทุน

อยากจะลงทุน แต่ไม่มีความรู้ในการลงทุนเลย ต้องมาดูบทความนี้ได้เลยค่ะ การลงทุนมีหลายประเภทมาก ทั้งการลงทุนแบบกองทุน การลงทุนทองคำแท่ง การเล่นหุ้น เป็นต้น แต่แบบไหนจะเหมาะสมกับเรา แล้วผลประกอบการนั้นจะดีไหม เงินต้นยังคงอยู่ครบตามจำนวนไหม ดังนั้นบทความนี้ตอบโจทย์แน่นอน  การลงทุนแบบต้องการเซฟต้นทุนไว้ ต้องมาดูการลงทุนทั้ง 4 ข้อนี้  1. การเปิดบัญชีฝากประจำ การฝากประจำ เป็นการลงทุนง่าย ๆ ที่ได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามแต่ละธนาคารกำหนดไว้ ซึ่งแน่นอนว่าจะมีดอกเบี้ยมากกว่าการออมทรัพย์ทั่ว ๆ ไป ดอกเบี้ยการฝากประจำจะอยู่ที่ประมาณ 1% – 3%  เหมือนเป็นการหยอดกระปุกในสมัยเด็ก ๆ แต่การฝากประจำก็จะเป็นการเก็บเงินอย่างสม่ำเสมอ การฝากประจำแบบปลอดภาษี จะมี 12 เดือน และ 24 เดือน สำหรับบุคคลทั่วไป ที่สามารถฝากขั้นต่ำ 500 บาทต่อเดือน และดอกเบี้ยที่ได้รับก็ปราศจากภาษีด้วยเช่นกัน คิดง่าย ๆ ว่า การฝากประจำเดือนละ 1,500 บาท ในหนึ่งปีจะมีเงิน 18,000 บาท (จะไม่รวมดอกเบี้ย) 2. […]

5 สิ่งควรรู้ก่อนลงทุน มือใหม่ควรอ่าน

ลงทุน

การลงทุนเป็นสิ่งที่กำลังเป็นทางเลือกหนึ่งการสร้างรายได้ให้กับเราได้ แต่สิ่งที่เราควรจะทราบก่อนจะลงทุนจริง ๆ นั้นมีอยู่ 5 ข้อสำคัญเลยค่ะ สำหรับมือใหม่ที่ควรจะศึกษารายละเอียด และทำความเข้าใจก่อนที่จะลงทุนจริงๆ เพื่อให้ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายหรือขาดทุนไป ดังนั้นเราไปเริ่มดู 5 สิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนกันได้เลยค่ะ 1. ทำไมถึงอยากลงทุน เราต้องทราบว่า ทำไมถึงเราอยากลงทุน เป้าหมายของเรานั้นคืออะไร และรูปแบบการลงทุนที่เราต้องการนั้นเป็นอย่างไร  ทำไมถึงเราอยากลงทุน ต้องการลงทุนเท่าไรต่อเดือนหรือต่อปี ลงทุนเพื่อสร้างรายได้เพิ่ม นอกเหนือจากงานประจำ เป้าหมายการลงทุน ต้องการลงทุนเพื่ออะไรในอนาคต ตัวอย่างเช่น ลงทุนเพื่อไว้ใช้ในยามเกษียณ ลงทุนเพื่อเก็บเงินก้อนเพื่อครอบครัว ลงทุนเพื่อมีเงินปันผล เป็นต้น สุดท้ายเราควรศึกษาเงื่อนไขและความเสี่ยงของการลงทุนในแต่ละประเภท เช่น เงินที่ลงทุนได้, รับความเสี่ยงในการลงทุนได้แค่ไหน การลงทุนหากขาดทุนจะรับได้เท่าไร, ต้องการผลตอบแทนเท่าไร 2. ลงทุนแบบไหนดี การลงทุนหรือการเล่นหุ้นมีหลายแบบ วันนี้จะนำมีแบ่งประเภท 2 แบบหลัก ๆ ได้แก่ เหมาะกับนักลงทุนที่มองระยะยาว ซึ่งการลงทุนระยะยาว จะมีการจ่ายเงินปันผล หรือหุ้นที่จะเติบโตในระยะยาว การเทรดประเภทนี้ ตัวอย่างเช่น  3. เลือกโบรกเกอร์ ซึ่งสามารถเปิดบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นักลงทุนควรรู้รายละเอียดดังนี้            ข้อดี […]

5 เคล็ดลับเริ่มต้นลงทุนจากวัยหนุ่มสาว

ลงทุน

การสร้างนิสัยการออม การลงทุนเป็นผลดีในระยะยาว เป็นเรื่องที่เราควรเริ่มตั้งแต่ในวันที่เริ่มต้นทำงานหรือเมื่อได้รับเงินเดือนครั้งแรก เพราะนอกจากจะช่วยให้มีนิสัยออมเงินและลงทุนที่ดีแล้ว การเริ่มต้นที่เร็วกว่าจะช่วยเพิ่มพูนความร่ำรวยในอนาคตได้ ก่อนอื่นเลย จะต้องมาดูว่าก่อนที่จะลงทุนนั้น ต้องเตรียมอะไรบ้าง ก่อนจะลงทุน เราจะลองตรวจสอบดูว่า การเงินของเรานั้นพร้อมและสามารถลงทุนได้จริงหรือไม่ เพราะเงินที่จะนำมาลงทุนนั้นควรเป็นเงินเย็นหรือเงินที่ไม่ต้องใช้ทำอะไรในระยะเวลาอันใกล้ และอย่าลืมหักภาระค่าใช้จ่ายหรือหนี้ที่ต้องชำระและเงินสำรองฉุกเฉินออกก่อน จากนั้นก็เตรียมพิจารณาเรื่องลงทุน เมื่อเข้าใจเส้นทางของเงินในแต่ละเดือน เพราะเราจะต้องรู้ว่าเงินเข้าและเงินออกในแต่ละเดือนว่ามีเท่าไร มีเงินออมเท่าไร และในแต่ละเดือน เมื่อเงินเดือนออก รู้หรือไม่ว่าต้องโดนหักค่าอะไรไปบ้าง เช่น ประกันสังคม เงินสะสมในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือภาษีหัก ณ ที่จ่าย มีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อะไรเพิ่มเติมอีกบ้าง ซึ่งหากเรานั้นไม่เคยทำบัญชีรายรับรายจ่ายอาจตอบไม่ได้ อย่างแรกเลยจะต้องเริ่มจากจดบันทึกเพื่อดูพฤติกรรมตัวเองและสร้างวินัยด้านการใช้จ่าย หากมีเงินเหลือ แปลว่า ใช้จ่ายน้อยกว่าที่รายได้ได้  เมื่อเงินเหลือก็ต้องตั้งเป้าว่าสามารถนำมาเก็บออมหรือลงทุนในแต่ละเดือนได้เท่าไร  ตัวอย่างเช่น มีเงินเหลือเดือนละ 2,000 บาท ตั้งใจแบ่งมาเก็บออมสม่ำเสมอเดือนละ 1,000 บาท ข้อแนะนำควรหักเงินอัตโนมัติจากบัญชีเงินเดือนเพื่อนำไปเก็บออมประจำหรือลงทุน แต่หากพบว่าในแต่ละเดือนไม่มีเงินเหลือก็อย่าเพิ่งคิดเรื่องลงทุน ควรตรวจสอบการเดินทางของเงินก่อนว่าทำไมเงินถึงไม่เหลือ และเมื่อรู้ปัญหาก็รีบแก้ไข เช่น ซื้อของฟุ่มเฟือย ชอปปิงออนไลน์ทุกสัปดาห์ ก็ต้องลด ละ เลิก การเตรียมเงินสำรองฉุกเฉิน อีกหนึ่งเรื่อสำคัญมาก ๆ ได้แก่ […]

การเลือกลงทุนประเภทไหนดี มาดูข้อมูลเบื้องต้น

การเลือกลงทุน

การเลือกลงทุนประเภทใดที่เหมาะสมสำหรับเราจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง วัตถุประสงค์การลงทุนของตัวเรา เป้าหมายทางการเงิน เวลาที่เราสามารถลงทุนได้ ระดับความเสี่ยงที่เรารับได้ และความรู้และความเข้าใจในประเภทการลงทุนต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องเลือกให้เหมาะสมกับตัวเรา เพื่อทำให้เราประสบความสำเร็จในการลงทุนมากที่สุด ดังนั้น เรามาดูประเภทของการลงทุน พร้อมกับข้อมูลเบื้องต้นในการลงทุน ไปดูกันเลย 1. หุ้น การลงทุนในหุ้นเป็นหนึ่งในวิธีการลงทุนที่ได้รับความนิยมมากที่สุด และมีการเจริญเติบโตมากในตลาดการเงิน การลงทุนในหุ้นให้โอกาสในการเพิ่มมูลค่าการลงทุนในอนาคตผ่านการเติบโตของบริษัทที่คุณลงทุน โดยผลตอบแทนในการลงทุนในหุ้นมาจากเงินปันผล (เช่น เงินปันผลรายปี) และการเพิ่มมูลค่าของหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ (เช่น ราคาหุ้นที่เพิ่มขึ้น) เมื่อต้องการลงทุนในหุ้น คุณสามารถดำเนินการได้โดยตรงผ่านการซื้อหุ้นบุคคลหรือผ่านกองทุนรวมหุ้น ตัวเลือกขึ้นอยู่กับความเข้าใจของคุณในตลาดหุ้นและการจัดการลงทุนของคุณ การลงทุนในหุ้นมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากตลาดหุ้นมีความผันผวน ราคาหุ้นอาจเพิ่มหรือลดได้ตามสถานการณ์ตลาด ดังนั้น การวิเคราะห์และการวางแผนการลงทุนในหุ้นเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเข้าใจและปรับตัวเพื่อผลลัพธ์ที่ดีในการลงทุนในอนาคต หากคุณไม่มีความรู้หรือประสบการณ์ในการลงทุนในหุ้น คุณอาจต้องพิจารณาใช้บริการของที่ปรึกษาการเงินหรือบริษัทหลักทรัพย์ที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้คำแนะนำในการลงทุนในหุ้นที่เหมาะสมกับสถานการณ์และวัตถุประสงค์การลงทุนของคุณ 2. ตราสารหนี้ การลงทุนในตราสารหนี้เป็นแนวทางการลงทุนที่เน้นความมั่นคงและความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้น ตราสารหนี้อาจเป็นสัญญาณหนี้ที่ออกโดยบริษัทหรือหน่วยงานต่างๆ ซึ่งคุณลงทุนโดยจ่ายเงินกู้ให้กับผู้ออกสัญญาณหนี้ ในการลงทุนในตราสารหนี้ คุณจะได้รับดอกเบี้ยเป็นรายได้จากเงินกู้ที่ให้ ส่วนเงินต้นที่ลงทุนจะได้รับคืนเมื่อสิ้นสุดกำหนดของสัญญาณหนี้ ตัวอย่างของตราสารหนี้ ได้แก่ พันธบัตรรัฐบาล (Government Bonds) หรือตราสารหนี้ของธนาคาร (Bank Bonds) ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ควรพิจารณาสำหรับผู้ที่ต้องการรายได้ที่มั่นคงและความเสี่ยงต่ำกว่า แม้ว่าการลงทุนในตราสารหนี้จะมีความเสี่ยงต่ำกว่าการลงทุนในหุ้น แต่ก็ควรทำการวิเคราะห์ความเสี่ยง ค่าใช้จ่าย […]