มาทำความเข้าใจกองทุนตราสารหนี้เสี่ยงต่ำ จริงหรือไม่

ความรู้เบื้องต้นการเงิน

การลงทุนประเภทต่าง ๆ ในตราสารหนี้มีความเสี่ยง เช่นเดียวกันกับการลงทุนประเภทอื่น ๆ แต่ความเสี่ยงหลักที่เราจะต้องระวังให้เป็นอย่างดี เพราะความเสี่ยงเป็นหนึ่งในสิ่งที่นักลงทุนจะต้องดูข้อมูลและตัดสินใจให้ดีก่อน ทั้งการลงทุนที่ผ่านมา ผลประกอบการย้อนหลัง ความผันผวนของราคา รวมไปถึงความน่าเชื่อถือของกองทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนจำเป็นต้องดูเลย 

ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่า ตราสารหนี้คืออะไร มีความเสี่ยงอะไรที่นักลงทุนจะต้องระวัง และถ้าหากอยากจะลงทุนกองทุนประเภทนี้จะต้องเลือกกองทุนแบบไหน 

มาทำความเข้าใจกองทุนตราสารหนี้เสี่ยงต่ำ จริงหรือไม่ 1

อย่างแรก เราจะต้องดูก่อนว่า การลงทุนในตราสารหนี้มี ความเสี่ยง เหมือนกับการลงทุนประเภทอื่น ๆ ซึ่งความเสี่ยงหลัก ๆ ที่จะต้องระวังเลยว่า ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ (Default Risk) เพราะถ้าการลงทุนตราสารหนี้ เป็นการปล่อยกู้ให้ใครสักคน และผู้ให้เงินกู้ (ผู้ลงทุน) ก็จะเป็นผู้จ่ายดอกเบี้ยให้ ซึ่งส่วนใหญ่อัตราดอกเบี้ยจากตราสารหนี้ก็จะสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝากทั่วๆไป

ความเสี่ยง ได้แก่ ถ้าหากผู้กู้ยืมไม่คืนเงินให้กับเรา เราก็อาจจะมีความเสี่ยงที่จะสูญเสียเงินต้น และอัตราดอกเบี้ยได้ ซึ่งเราสามารถดูความเสี่ยงต่าง ๆ จากหนังสือชี้ชวน ซึ่งโดยจะดูจากความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้ หรือผู้กู้เป็นหลัก

นักลงทุนทุกคนจะต้องรู้ว่า ระดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกตราสารหนี้ ดูได้จากข้อมูล Credit Rating ที่จัดทำโดยสถาบันจัดอันดับที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือมาก ๆ เพราะนอกจากจะแบ่งเกรดของตราสารหนี้ในแต่ละประเภทอยู่ 2 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่ 

  • กลุ่มที่สามารถลงทุนได้ตั้งแต่เกรด AAA ไปจนถึง BBB- จะเรียกตราสารหนี้กลุ่มนี้ว่าระดับที่ลงทุนได้ (Investment Grade)
  • กลุ่มถัดมาอยู่ระดับ BB+ ลงไปถึง C จะเรียกว่า ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูง (High Yield Bond) โดยตราสารหนี้กลุ่มนี้จะให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น เพราะผู้ออกตราสารหนี้ประเภทนี้ มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่า มีโอกาสที่จะผิดนัดชำระหนี้ได้มากกว่า จึงต้องให้ผลตอบแทนมาเพิ่มเพื่อชดเชยความเสี่ยงที่มากกว่านั่นเอง

ซึ่งการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มักจะจัดอันดับในตราสารหนี้ภาคเอกชน โดยดูจากหลายปัจจัย เช่น ความมั่นคงของบริษัท  โดยบริษัทขนาดใหญ่ที่มีงบการเงินที่แข็งแรง ก็ย่อมมีความเสี่ยงน้อยกว่าบริษัทเล็ก ๆ ที่งบการเงินอาจจะยังไม่ได้ดีมากนัก นอกจากนี้ประเทศของบริษัทที่ออกตราสารหนี้ ก็จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีส่วนทำให้ความเสี่ยงต่างกันด้วยเช่นกัน เพราะแต่ละประเทศ ก็จะมีความมั่นคงที่ไม่เหมือนกัน

กองทุนรวมตราสารหนี้ มีระดับความเสี่ยงไล่ไปตั้งแต่ความเสี่ยงระดับ 4 ไปจนถึงระดับ 6 ดังนี้ 

มาทำความเข้าใจกองทุนตราสารหนี้เสี่ยงต่ำ จริงหรือไม่ 2
  • ความเสี่ยงระดับที่ 4 : มีสัดส่วนการลงทุนในของตราสารหนี้กลุ่ม High Yield Bond น้อยกว่า 20%
  • ความเสี่ยงระดับที่ 5 : มีสัดส่วนของตราสารหนี้กลุ่ม High Yield Bond ตั้งแต่ 20% ไปจนถึง 6
  • ความเสี่ยงระดับที่ 6 : มีสัดส่วนของตราสารหนี้กลุ่ม High Yield Bond มากกว่า 60% ขึ้นไป

ความเสี่ยงเรื่องการผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น จึงทำให้ระดับความเสี่ยงกองทุนตราสารหนี้มีความเสี่ยงที่สูงมากขึ้น และก็มาพร้อมกับโอกาสของผลตอบแทนที่ไม่เท่ากัน ดังนั้น เราจะต้องเลือกลงทุนให้เหมาะสมกับความเสี่ยงที่ได้รับได้ของตนเองเสมอ และนอกจากนี้ความเสี่ยงเรื่องของความเสี่ยในการผิดชำระก็ยังมีอีกหนึ่งความเสี่ยงที่นักลงทุนต้องดูให้ดีก่อน ได้แก่ เรื่องความผันผวนของราคาจากอัตราดอกเบี้ย 

ดังนั้นในแต่ละช่วงเวลาก็จะมีเรื่องการปรับขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ยที่มีการปรับขึ้นลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก็จะทำให้ดอกทุนตราสารหนี้หลีกเลี่ยงที่จะได้รับผลกระทบไปด้วยไปไม่ 

ตัวอย่างเช่น อัตราดอกเบี้ยที่นโยบายอยู่ที่ 3% โดยมีตราสารหนี้ที่ราคา 100 บาทแล้วจะให้ดอกเบี้ย 3 บาทต่อปี ซึ่งก็จะแปลว่า ตราสารหนี้ประเภทนี้ให้ดอกเบี้ย 3% ต่อปีเท่ากับอัตราดอกเบี้ยนโยบายเลย

แต่หากวันหนึ่งอัตราดอกเบี้ยมีการปรับขึ้นจากเดิม 3% เป็น 6% สิ่งที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ ตราสารหนี้ที่ออกตัวใหม่แทนที่จะให้อัตราดอกเบี้ย 3% เป็น 6% แทน ก็แปลง่าย ๆ ว่าความต้องการของตราสารหนี้ตัวเดิมที่ให้ดอกเบี้ยที่ 3% ก็จะลดลงหรือแปลว่านักลงทุนก็จะขายตราสารหนี้ตัวเดิมในราคาที่ลดลงจากราคาตั้งต้น เพื่อให้ผู้ที่มาซื้อสนใจซื้อตราสารหนี้ตัวเดิม โดยจะได้ทั้งส่วนต่างของราคาเพิ่มอีกด้วย พร้อมกับดอกเบี้ย 3% ซึ่งก็จะทำให้ผลตอบแทนนั้นจะใกล้เคียงกับตราสารหนี้ตัวใหม่ นอกจากราคาลดลงก็คือความผันผวนของราคาจากอัตราดอกเบี้ย ที่ทำให้นักลงทุนขาดทุนด้านราคานั่นเอง

และสิ่งที่สำคัญที่จะต้องทำความเข้าใจ ระยะเวลาตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยยาวกว่า ดังนั้นจะมีความเสี่ยงเรื่องความผันผวนของราคาจากอัตราดอกเบี้ยมากกว่าก็จะทำให้ราคานั้นมีการเปลี่ยนแปลงมากกว่าอีกเช่นกัน

สุดท้ายแล้วการลงทุนในทุก ๆ การลงทุนนั้นมีความเสี่ยง แต่เราสามารถลดความเสี่ยงได้ด้วยการหาความรู้ ติดตามข่าวสารให้รู้เท่าทัน เพื่อทำให้การลงทุนของเรานั้นถูกต้อง พร้อมกับทำให้เราได้รับผลตอบแทนได้เป็นไปตามเป้าหมายของเรา

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG