ฟรีแลนซ์กับการเงิน

ความรู้เบื้องต้นการเงิน

การทำงานประเภทฟรีแลนซ์ หรืออาชีพอิสระที่หลายคนมักจะดูว่าสบาย อิสระทั้งเวลาเข้างาน กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เหมือนกับมนุษย์เงินเดือน แต่ความจริงแล้วอาชีพอิสระจะต้องเป็นสายอาชีพที่ต้องเคร่งครัดทางการเงินอย่างมาก เพราะคนส่วนใหญ่ที่เป็นมนุษย์เงินเดือนก็จะสามารถคาดการณ์เงินได้ แต่กับสายอาชีพนี้จะต้องมีความรับผิดชอบในเรื่องงานอย่างมาก เพราะการที่เราจะคาดการณ์ทางการเงินได้น้อยกว่า ดังนั้นจำเป็นต้องบริหารทางการเงินให้ดี เพื่อลดโอกาสในการเกิดปัญหา

3 ขั้นตอนที่ชาวฟรีแลนซ์ควรทราบ

1. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและวางแผนในการใช้จ่ายเงิน

1. ตรวจสอบค่าใช้จ่ายและวางแผนในการใช้จ่ายเงิน

การตรวจสอบค่าใช้จ่ายสำหรับชาวฟรีแลนซ์ เพราะในแต่ละเดือนจะมีรายได้ไม่เท่ากัน ซึ่งบางเดือนอาจจะเยอะ บางเดือนน้อย ทำให้เราต้องวางแผนทางการเงินและกำหนดค่าใช้จ่ายของแต่ละเดือนที่จำเป็นไว้ ซึ่งจะแบ่งออกมาเป็น 

  1. ค่าใช้จ่ายคงที่ เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายทุกเดือน ในจำนวนที่เท่า ๆ กัน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าประกันต่าง ๆ เป็นต้น
  2. ค่าใช้จ่ายที่ผันแปร จะมีการผกผันไปตามพฤติกรรมของตัวเรา เช่น ค่าอาหาร ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง การออกไปสังสรรค์ รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น
  3. เงินออมและลงทุน เป็นการวางแผนทางการเงินเพื่อทำให้เป้าหมายทางการเงินนั้นสำเร็จ ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เพื่อเงินทุนเพื่อการศึกษา เงินออมเพื่อเกษียณ เป็นต้น 

และที่สำคัญ ชาวฟรีแลนซ์จะไม่มีสวัสดิการรองรับเหมือนกับชาวออฟฟิศ ดังนั้นจำต้องวางแผนเงินออมทั้งตัวเองและครอบครัวในอนาคตให้ดี และรายได้ที่มีไม่แน่นอนในแต่ละเดือนก็จำเป็นต้องวางแผนให้ดี เมื่อวันใดที่เราไม่ได้รับรายได้ตามที่คาดการณ์ไว้ ก็จะได้มีเงินสำรองไว้ใช้กับค่าใช้จ่ายของเรา

2. เงินสำรองสำหรับฉุกเฉินหรือขาดรายได้

2. เงินสำรองสำหรับฉุกเฉินหรือขาดรายได้

เงินสำรองที่ให้เพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อเป็นหลักประกันชีวิต ในยามที่เราเจ็บป่วย อุบัติเหตุ ที่ทำให้เราไม่สามารถทำงานได้และไม่มีรายได้ เงินจำนวนนี้เราก็จะสามารถนำมาเป็นค่าใช้จ่ายทดแทน ซึ่งอีกอย่างที่สำคัญก็คือ ชาวฟรีแลนซ์จะไม่มีสวัสดิการเหมือนกับมนุษย์เงินเดือน ที่จะเข้ามาช่วยให้เราในยามที่เราไม่สามารถทำงานได้ ดังนั้นการมีเงินสำรองหรือการซื้อประกันเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดความเสียหายทางการเงินของเราได้

3. สร้างหลักประกัน

การมีหลักประกันในชีวิตที่ทำให้เราได้ใช้สิทธิประโยชน์ของรัฐบาลได้อย่างเกิดประโยชน์สูงที่สุด ได้แก่ การเข้าระบบกองทุนประกันสังคม จะแบ่งออกมาเป็น 2 มาตรา ผู้ประกันตนมาตรา 39 และ ผู้ประกันตนมาตรา 40 

ผู้ประกันตนมาตรา 39 ซึ่งมาตรานี้จะเป็นผู้ที่เคยยื่นประกันตน ในมาตรา 33 มาก่อนและลาออกมาเป็นฟรีแลนซ์ และจะต้องเป็นผู้นำส่งเงินตามมาตรา 33 ที่สมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 12 เดือน ออกจากงานไม่เกิน 6 เดือน จ่ายเงินสมทบเดือนละ 432 บาทต่อเดือน

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ 

  • เงินทดแทนเมื่อเจ็บปวด คลอดบุตร ชราภาพ ทุพพลภาพ สงเคราะห์บุตร และเสียชีวิต

ผู้ประกันตนมาตรา 40 สำหรับผู้ที่ไม่เคยทำงานประจำมาก่อน เป็นบุคคลที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 15 ปีและไม่เกิน 60 ปี ซึ่งประเภทนี้จะมีทั้งหมด 3 ทางเลือก ได้แก่จ่ายเงิน 70 บาท/เดือน 100 บาท/เดือน และ 300 บาท/เดือน ซึ่งแต่ละแผนค่าใช้จ่ายก็จะมีความคุ้มครองที่แตกต่างกัน

สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ 

  • เงินทดแทนเมื่อขาดรายได้ กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ
  • เงินค่าทำศพ 
  • เงินทดแทนเมื่อขาดรายได้ กรณีทุพพลภาพ
  • เงินบำเหน็จชราภาพ
  • เงินสงเคราะห์บุตร

กรณีที่เจ็บป่วย ผู้ที่มีการยื่นประกันตนในมาตรา 33 ก็จะได้รับค่ารักษาพยาบาล แต่ผู้ที่ยื่นประกันตนในมาตรา 40 จะไม่ได้รับค่ารักษาพยาบาล แต่จะสามารถใช้สิทธิจากหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ และสามารถขอรับเงินทดแทนเมื่อขาดรายได้และนอนโรงพยาบาลจากประกันสังคม วันละ 300 บาท และเมื่อแพทย์ลงความเห็นว่าจะให้พักรักษาตัวอยู่ที่บ้านตั้งแต่ 3 วันขึ้นไป และได้รับเงินทดแทนวันละ 200 บาท

กรณีมีบุตร ผู้ประกันตนมาตรา 40 เฉพาะทางเลือกชำระ 300 บาท/เดือนเท่านั้น ก็จะสามารถขอรับเงินสงเคราะห์บุตรเหมาจ่าย 200 บาท/เดือน (เมื่อเป็นบุตรคนแรก) ขอรับเงินได้ครั้งละไม่เกิน 2 คน และได้ตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึงอายุ 6 ปี

กรณีชราภาพหรือเกษียณอายุ ผู้ประกันตนมาตรา 40 เฉพาะทางเลือกชำระ100 บาท/เดือน และ 300 บาท/เดือน เมื่อมีอายุ 60 ปีบริบูรณ์และต้องการเกษียณอายุ สามารถแจ้งหยุดส่งเงินสมทบและรับสิทธิประโยชน์ในรูปแบบเงินก้อน ซึ่งจะขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ส่งสมทบ ซึ่งจะต้องส่งเงินสมทบประกันสังคมมากกว่า 15 ปีขึ้นไป และในส่วนของผู้ที่ส่งทางเลือก 300 บาท/เดือน จะรับเงินเพิ่มมากกว่าทางเลือกอื่น ๆ อีก 10,000 บาท

ชาวฟรีแลนซ์เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้ว ทั้ง 3 วิธีเพื่อให้มีการเงินที่ดีมากขึ้นของชาวฟรีแลนซ์ ทั้งการดูค่าใช้จ่ายของตนเอง จะต้องรู้ว่าในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายหลัก ๆ อะไรบ้าง อะไรจำเป็นหรืออะไรไม่จำเป็น ต่อมาเป็นการวางแผนทางการเงินของตนเอง เพราะรายได้ที่ไม่แน่นอน จำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดี อย่างสุดท้ายควรการมีเงินสำรองในยามจำเป็นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินของตนเอง หรือหากใครต้องการส่งประกันสังคม ลองศึกษารายละเอียดและสิทธิประโยชน์ของตนเองให้ดี เพื่อทำให้เราอุ่นใจมากขึ้นในวันที่เราจะต้องขาดรายได้จากเหตุการณ์ต่าง ๆ และอีกอย่างหนึ่งจะต้องเลือกให้เข้ากับตนเองอีกด้วย 

บทความล่าสุด

หมวดหมู่

TAG